Thai | English
  
   หน้าแรก
   สินค้าของเรา
     ผลิตภัณท์บำรุงผิว
     สินค้าเพื่อสุขภาพที่ดี
     แฟชั่น สำหรับสตรี
     แฟชั่น สำหรับบุรุษ
     แฟชั่นน่ารัก สำหรับ คุณแม่และลูก
     สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
     แว่นตาเก๋ๆ และอุปกรณ์
     หมวกสวยๆเก๋ๆ
     แต่งบ้าน-เครื่องใช้ไฟฟ้า
     รองเท้าแฟชั่น
     ผ้าขายส่ง -ผ้าแมมเบิร์ต
     ผ้าคอตตอน
     ผ้าขายส่ง ชนิด ผ้าดิบ
     พระเครื่อง
     สินค้ามือสอง
   หารายได้เสริม
   ข่าวสาร
   บทความ
   กระดานสนทนา
   ติดต่อเรา
   มุมกลุ่มตัวแทนขายอิสระ
Buddy's Links
     เครื่องเสียง เครื่องไฟฟ้า
     ความงาม สุขภาพ ของสตรี
     สินค้าสำหรับ สุภาพบุรุษ
     สำหรับ คุณแม่และลูกน้อย
     แฟชั่น
จองโรงแรมราคาพิเศษสุด กับ อโกด้า++Cheap Hotel Booking and Discount
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 8
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,318
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,763,375
 ปรับปรุงเว็บ 02/03/2563
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 ตุลาคม 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30  31 
             
?
 
 กระดานสนทนาทั่วไป
www.modernstyle88.com สวัสดีค่ะทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่ เว็บบอร์ดของเรานะค่ะ ง่ายๆค่ะ คุยกันแบบสบายๆ ภาษาที่คนทั่วไปรับได้นะค่ะ ถ้าอยากเพิ่มกระทู้ก็ทำได้นะค่ะ คลิกที่ Add Topic และเลือกห้องที่ต้องการ แล้วกรอกรายละเอียดนิดหน่อย ** แค่นี้ค่ะ**เรียบร้อย > คุยมาคุยไป ก้อเป็นเพื่อนกันได้ > ดูแลสุขภาพตนเอง
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ดูแลสุขภาพตนเอง (อ่าน 3036)   
เรื่องรวี
Guest
เมื่อ 4 กรกฎาคม 2556 17:29 น.
สะอึก? เรื่องเล็ก
http://aunlamun.exteen.com/20070904/entry
กลับไทยคราวนี้ มีอยู่วันหนึ่งพี่ที่ทำงานที่บ้านผมเดินเข้ามาหาผม บอกว่า "หมอช่วยหน่อยสิ สะอึกมาสองวันแล้ว ไม่หายสักที"

ปกติผมไม่ค่อยสะอึก และถึงจะสะอึกกินน้ำสักพักก็หายเอง ผมก็ถามว่ากินน้ำหรือยัง เขาบอกว่ากินจนจะเป็นอูฐอยู่แล้ว กินเยอะมากไม่หายสักที

"แล้วลองทำให้ตกใจละ" ผมถามต่อ

"เนี่ยตั้งแต่สะอึกโดนพี่คนงานคนอื่นตีซะจนช้ำหมดแล้ว" (นัยว่าจะช่วยให้ตกใจหายสะอึก ตีซะจนเขาบอกว่าไม่ต้องตีแล้ว ไม่ได้ผลหรอก)

ผมก็นั่งเค้นสมองคิดว่าจะช่วยอย่างไร ความรู้ที่เรียนมาเป็นเวลาสามปีวิ่งวนอยู่ในหัว อุตส่าห์มาเรียกเราหมอ รักษาไม่ได้จะเอาหน้าไปไว้ไหน

"การสะอึก​ (hiccup) ​คือ​ ​การที่กล้ามเนื้อกระบังลมเกิดทำ​งาน​ไม่​สัมพันธ์​กับ​กล้ามเนื้อซี่​โครง
​เป็น​ภาวะปกติที่​เกิด​ได้​กับ​ทุกคน​ ​แต่ก็อาจ​เป็น​ภาวะผิดปกติ​ได้​เหมือ​กัน
​ซึ่ง​มัก​จะ​เกี่ยว​กับ​ระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อที่​ช่วย​ใน​การหายใจ​ ​แต่มี​โอกาสพบน้อยมาก (ข้อมูลจากเวบครับ)"

ยังดีที่สมองผมยังไว้หน้าผมบ้าง พลันคิดออกมาได้ว่า การสะอึกเนี่ย ทางแพทย์จีนบอกว่าเป็นเพราะลมปราณในกระเพาะมันตีขึ้น ปกติลมปราณกระเพาะควรวิ่งลงล่าง ถ้าตีขึ้นก็จะเกิดอาการต่างๆ เช่น อยากอาเจียน เรอ รวมถึงสะอึกด้วย

และจำได้ว่าเขามีวิธีการรักษาอีกแบบนึง คือการทำให้จาม ฮัดเช่ยๆๆ อยากรู้จังเลยว่าใครเอ่ยถึงกัน

แต่กว่าจะส่งแรงคิดถึงทำให้พี่เขาจามได้คงกินเวลาเกินไป ผมเลยเดินเข้าไปในครัว คว้าขวดพริกไทยมา เขย่าใส่มือเขาและบอกให้ดม เป็นไงละ ไอเดียบรรเจิดมาก

เพื่อความเท่าเทียม ผมเลยเขย่าใส่มือตัวเองด้วย กะจามเป็นเพื่อนกันนิดหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าหมอให้ทำ ตัวหมอเองยังไม่เคยลอง

สูดเข้าไปพร้อมกันปุป เขาไม่จามเลยสักนิดเดียว บอกว่าแสบจมูกอย่างเดียว

ส่วนตัวหมอนั้น จามซะน้ำหูน้ำตาไหล (แสดงว่าพริกไทยทำให้จามได้จริงครับ)

"ฮัดชิ่ว พี่ไม่เป็น ชิ่ว ไรเหรอ ฮัดชิ่ว" ผมพูดไปก็จามไป

เอาละสิครับ ทำไงดีละ จะฝังเข็มให้พี่แกก็ดันกลัวเข็มอีก ความรู้หมดพุงแล้ว ณ วินาทีนั้นนึกตำหนิตัวเองมาก นี่ตูเสียเงินไปตั้งเยอะ บินไปเรียนเมืองนอก กลับรักษาโรคสะอึกไม่ได้เนี่ยนะ ท้อครับท้อ

เอาวะลูกผู้ชายต้องยอมรับ เราหมดภูมิก็ต้องความช่วยเหลือ ก็เลยกริ๊งกร๊างไปหาหมอ"ใหญ่" พ่อของแฟนผม
หมอ"ใหญ" ชี้ทางสว่างให้ครับ ว่าให้ อมน้ำตาลราวหนึ่งช้อนโต๊ะไว้ อย่ากินน้ำ ปล่อยมันละลายไหลลงคอไปเอง วิธีนี้เฉียบขาดนัก ต่างประเทศก็มีรายงานเยอะแยะเกี่ยวกับเรื่องนี้

งงสิ! เกิดมาพึ่งเคยรู้นี่แหละครับว่าอมน้ำตาลรักษาอาการสะอึกได้

"ถ้ายังไม่หายเว้นสักสิบนาทีก็กินไปอีกหน่อย ยังมีอีกวิธีก็คือ ให้กดจุด ฉวนจู๋
(攒竹) ตรงหัวคิ้วด้านในตามรูปครับ จะใช้นิ้วไหนกดก็ได้ กดค้างไว้ 5 วินาที แล้วปล่อย ทำสัก 5-6 ครั้ง"
งงอีกละสิ! หัวคิ้วกะสะอึกเนี่ยนะ ประสบการณ์นี่สำคัญจริงๆครับ เอาละต้องตั้งใจอ่านหนังสือให้มากกว่านี้

วางสายปุ๊ป ร้อนวิชาทันที รีบไปบอกให้พี่เขาอมน้ำตาลก่อน ปรากฎหมดไปหนึ่งช้อนยังไม่หาย ผมเลยบอกให้อมช้อนที่สองต่อ และช่วยกดจุดที่หัวคิ้วให้พี่เขาไปด้วย

ผ่านไปสักห้านาทีก็หยุดครับ หยุดจริงๆไม่มีกระปิดกระปอยเลย ผลเจ๋งมาก เสียดายที่ไม่รู้ว่าตกลงหายเพราะน้ำตาลหรือเพราะกดจุดกันแน่

มานั่งหาความรู้ทีหลังว่าทำไมน้ำตาลกะการกดจุดถึงช่วยได้ ได้ความว่ารสหวานเนี่ยมีฤทธิ์ในเรื่องการทำให้ช่วงท้องพวกกระเพาะและระบบการย่อยอาหาร (ตามหลักหมอจีนนะครับ) มันทำงานราบรื่นและสมดุลเหมือนเดิม ส่วนทางหมอแผนปัจจุบันบอกว่าความหวานมันไปกระตุ้นระบบประสาทให้กะบังลมทำงานเป็นปกติ

ส่วนเรื่องกดจุดนี่ ผมก็นั่งดูตามเส้นลมปราณแล้วก็ไม่ค่อยเกี่ยว คงบอกได้แต่เพียงว่าร่างกายเราทำงานเป็นองค์รวมจริงๆ เด็ดดอกไม้สามารถกระเทือนถึงดวงดาวฉันใดก็ฉันนั้นครับ ฝังเข็มเอาเลือดออกที่นิ้วยังแก้เจ็บคอได้นี่ แล้วนี่กดหัวคิ้วแก้โรคสะอึกจะประหลาดอะไรละ

คราวหน้าถ้าเพื่อนๆสะอึกก็ลองเอาสองวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ แล้วถ้าจะให้ดีช่วยลองใช้วิธีการกดจุดก่อนโดยไม่อมน้ำตาลว่าหายไหม ผมละอยากรู้จริงๆครับ

ปล. ที่มีคนถามถึงเรื่องถ้าเป็นคนขี้ร้อน ร้อนในง่ายให้กินอะไร ก็จะบอกว่าให้กินชาเก๊กฮวยครับ แต่ขออย่ากินแบบแช่เย็นนะครับ แล้วก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลด้วย เพราะเก๊กฮวยฤทธิ์เย็นอยู่แล้ว กินแบบแช่เย็นอีกนี่กระเพาะย่อยอาหารไม่ได้พอดี
ชาเก๊กฮวยนี่นอกจากจะดับร้อนได้แล้ว ยังเหมาะกับคนที่หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียด้วยครับ ความดันสูงก็กินได้ โดยเฉพาะความดันสูงประเภท หน้าตาแดงก่ำ ปวดหัวบวมๆ นิสัยเร่งรีบ หงุดหงิดง่าย เหมาะมากครับ แต่ถ้าใครกินแล้วถ่ายเหลวก็หยุดนะครับ อันนั้นเป็นผลข้างเคียงครับ

aorawan
Guest
ตอบ # 1 เมื่อ 20 เมษายน 2557 19:32 น. [แจ้งลบ]
โรคตาเสื่อม

โรคตาเสื่อมในผู้สูงอายุไม่ธรรมดา หากไม่ระวังอาจตาบอดได้ แนะสังเกตหากมองเห็นจุดตรงกลางภาพเป็นสีดำ ภาพเบลอ บิดเบี้ยว อย่านิ่งนอนใจ

เมื่อตัวเลขอายุเพิ่มขึ้น หลายๆ คนคงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ซึ่งถือเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่สิ่งที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ นั่นคือความเสื่อมถอยที่จะนำไปสู่การสูญเสียอย่างถาวร เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคร้ายที่อาจนำไปสู่อาการตาบอดได้

รศ.นพ.วิชัย ประสาทฤทธา หัวหน้าหน่วยจอประสาทตา ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า โรคจอประสาทตาเสื่อม หรือ โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ (Age-related Macular Degeneration) เป็นโรคร้ายทางตาของผู้สูงอายุ พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้สูงอายุ สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ดังนั้น การทำความรู้จักโรคและหาวิธีการป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

ปัญหาของผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุก็คือ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัวว่ามีอาการของโรคดังกล่าวเกิดขึ้น จนกว่าจะสังเกตได้ว่าการมองเห็นผิดปกติไปจากเดิม เช่น ตาพร่ามัว ความชัดเจนในการมองเห็นลดลง มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นตรงกลางของภาพไม่ชัดเจน

ดังนั้นหากรู้สึกว่าเกิดอาการผิดปกติเหล่านี้ขึ้นกับดวงตา ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่ซับซ้อน ควรต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ทางที่ดีผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจสุขภาพตาทุก 1-2 ปี

แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ก็เริ่มจะมีปัญหาเรื่องสายตาเปลี่ยนแปลง หรืออาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาที่ไม่แสดงอาการ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก การตรวจพบและให้การรักษาโรคตั้งแต่ระยะแรก จะสามารถเยียวยาให้ดวงตาสามารถใช้งานได้ต่อไป

โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมจากอายุนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ขบวนการเสื่อมสภาพของร่างกาย พันธุกรรม การติดเชื้อ สายตาสั้นมากๆ การสูบบุหรี่ ซึ่งมีหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมีโอกาสเกิดโรคนี้เร็วกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 ปี

นอกจากนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและมีระดับไขมันในเลือดสูง รวมถึงผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้รับประทานฮอร์โมนทดแทน ก็พบว่ามีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้เช่นกัน

โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ แบ่งได้ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบแห้ง (Dry AMD) และ แบบเปียก (Wet AMD) ซึ่งรูปแบบที่พบได้มากที่สุด คือ แบบแห้ง เกิดจากการเสื่อมสลายและบางลงของบริเวณศูนย์กลางรับภาพของจอประสาทตา (Macula) จะทำให้การมองเห็นค่อยๆ ลดลง และเป็นไปอย่างช้าๆ

ส่วนแบบเปียกนั้น แม้จะพบได้ประมาณ 15-20% ของผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด แต่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตาบอดอย่างรวดเร็ว เกิดจากการที่มีเส้นเลือดผิดปกติงอกขึ้นมา หากเส้นเลือดที่เปราะบางเกิดการรั่วซึม จะทำให้จุดรับภาพบวม ภาพเริ่มพร่ามัว และตาบอดในที่สุด

สำหรับการรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุนั้นมีหลายวิธี ทั้งการรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ การฉีดยาเพื่อยับยั้งเส้นเลือดใหม่ที่งอกขึ้นมา หรือแม้กระทั่งการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม รศ.นพ.วิชัย แนะนำว่า การดูแลสุขภาพดวงตา และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของโรคตั้งแต่ยังหนุ่มสาว นับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุด โดยควรปฏิบัติตนดังนี้ 1)งดการสูบบุหรี่ 2)หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด โดยเฉพาะในวัยอายุน้อยๆ 3)ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ทานอาหารที่มีไขมันสูง และรับประทานผักใบเขียวและผลไม้ทุกวัน และ 4)มีผลการวิจัยในต่างประเทศ พบว่า การรับประทานสารอาหารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีน และซีแซนทีน จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมอย่างได้ผล นอกจากนั้นการรับประทานสารอาหารเพื่อต้านกระบวนการอนุมูลอิสระ ก็จะสามารถช่วยป้องกัน และชะลอการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนไข้แบบแห้ง (Dry AMD)

“สิ่งหนึ่งที่อยากย้ำเตือน ก็คือ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อดวงตา ที่มีลูทีนและซีแซนทีนเกิดขึ้นมากมาย ผู้บริโภคควรเลือกซื้อด้วยความระมัดระวัง อย่าซื้อเพียงเพราะโฆษณาอย่างเดียว ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์จึงจะดีที่สุด หรือหากต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เอง ก็ควรเลือกจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ อ่านฉลากกำกับให้ละเอียด และเลือกที่มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์เกี่ยวกับดวงตาโดยตรง เช่น วิตามินซี วิตามินอี สังกะสี เบต้าแคโรทีน โอเมก้า3 ลูทีน ซีแซนทีน เป็นต้น และควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลการวิจัยและเอกสารทางการแพทย์รับรองประสิทธิภาพ ฉะนั้น ในฐานะผู้บริโภคจึงควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
บริษัท เอินเวย์ กรุ๊ป จำกัด
Guest
ad@enwei.co.th
ตอบ # 2 เมื่อ 25 กันยายน 2563 13:43 น. [แจ้งลบ]
ขออนุญาตแนะนำบทความของเอินเวย์ค่ะ

ปวดต้นคอ ปวดไหล่ แขนชามือชา สัญญาณเตือนโรคกระดูกคอ

โรคกระดูกคอเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตในปัจจุบัน เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้สูงอายุและในวัยหนุ่มสาว

อาการของโรคกระดูกคอ
• ปวดต้นคอ ไหล่และสะบัก
• ปวดหรือเวียนศีรษะ
• ปวดหนักท้ายทอย
• ตาพร่ามัว
• แขนชา มือชา

สาเหตุโรคกระดูกคอที่พบบ่อย
• ภาวะกระดูกคอเสื่อม
• อิริยาบถหรือท่าที่ผิดสุขลักษณะ
• คอเคล็ดหรือยอก
• บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา

ปวดต้นคอ ไม่ต้องผ่าตัด การแพทย์จีนมีทางออก
สายด่วนสุขภาพเอินเวย์ 02 751 4399

Line : @enwei (https://line.me/R/ti/p/%40ead8762s)



Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
  เกี่ยวกับธุรกิจของเรา   สินค้าของเรา   ตรวจสอบสถานะการจัดส่งสินค้า
Copyright by www.modernstyle88.com
Email : topmodernstyle@gmail.com
Engine by MAKEWEBEASY